หนึ่งวันที่เกียวโต เมืองญี่ปุ่นโบราณ

195
views

อีกหนึ่ง Landmark ของญี่ปุ่นก็คงหนีไม่พ้นเกียวโต (Kyoto)  เกียวโตเคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และยังเป็นศูนย์กลางของเกาะฮอนชู เกียวโตเป็นเมืองค่อนข้างมีเสน่ห์ เพราะยังคงรักษาความเก่าแก่ไว้อยู่มาก  มีหลายที่ที่เราอยากจะไปกันแต่เวลาแค่วันเดียวอาจจะได้ไม่ครบตามที่ต้องการ  ไปลุ้นข้างหน้าเอาแล้วกันว่าจะได้ทันที่ไหนบ้าง

วันนี้ตื่นเช้ารีบไปเที่ยวเกียวโต เพราะเราจะได้มีเวลาเก็บที่เที่ยวให้ได้มากที่สุด แปดโมงเช้ารีบลงมากินอาหารเช้าซึ่งก็ไม่ได้น่ากินเท่าไหร่ เป็นข้าวปั้นจืดๆ แนวญี่ปุ่น เรียกว่าอาหารค่อนข้างดั้งเดิมไม่เหมือนกับที่เราคุ้นชินแน่นอน  กินๆ ไปจะได้ไม่หิว เพราะเราต้องเดินทางไกลกัน

การเดินทางวันนี้รวมๆ แล้วชั่วโมงกว่าๆ ออกจากโรงแรมเลี้ยวขวาไปขึ้นรถที่สถานี Tanimachiyonchome นั่งรถไป 3 สถานี และเปลี่ยนสายรถไฟที่สถานี Higashi-Umeda เราเสียเวลาที่สถานีนี้นานหน่อย เพราะสถานีกว้างมากแล้วยังมีห้างด้วย ห้าง Umeda หรูหราไฮโซมากก็เลยขอเดินนิดนึง เสร็จแล้วก็เดินไปขึ้นรถไฟที่สถานี Osaka ยาวไปถึวเกียวโตกันเลย

kyoto-01

สถานีรถไฟเกียวโตใหญ่โตโอ่อ่า ไม่เหมือนเมืองเก่าเลยซักนิด พอมาถึงสถานีรถไฟก็ขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นไปชั้นบนเพื่อซื้อตั๋วรถบัสสำหรับทัวร์เกียวโต เป็น One day pass สามารถนั่งรถบัสได้ตลอดทั้งวันในเกียวโต

japan2015_142 japan2015_143 japan2015_144 japan2015_145

บัตรรถบัส One day pass ราคา 500 เยน ได้มาแล้วตอนขึ้นรถบัสก็เสียบแล้วมันจะปั้มวันที่ พอตอนลงก็แค่โชว์ให้คนขับดู ไม่ต้องเสียบเข้าไปเพราะจะไม่ได้บัตรคืน พอขึ้นคันต่อไปก็โชว์บัตรที่มีรอยปั๊มให้คนขับดูเท่านั้นเอง

ที่ญี่ปุ่นสิ่งหนึ่งที่เห็นคือเค้าค่อนข้างให้ความสำคัญกับคนพิการพอสมควรนะ  อย่างเรื่องรถบัสคนพิการที่นั่งวิลแชร์ก็สามารถขึ้นได้ ถ้าคนขับรถเห็นว่าคนพิการขึ้นก็จะจอดรถเทียบแล้วรถก็จะเอียงลงต่ำมาทางผู้โดยสาร คนขับก็จะวิ่งลงมาจากรถเพื่อเลื่อนกระดานออกมา และเข็นรถผู้โดยสารขึ้นรถ แล้วก็ไปล็อกรถเข็นไว้กับที่ล็อก

japan2015_146 japan2015_147

เราได้แผนที่มาแล้วสถานที่ส่วนมากจะเป็นวงกลมของเส้นทางรถบัส สถานีแรกเราเลยเลือกที่จะไปวัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple) หรือที่คนไทยรู้จักคือวัดทองหรือวัดอิกคิวซัง ขึ้นรถบัสสาย 101

kyoto-02

พอถึงป้ายรถบัสเราก็ลงแล้วเกิดหิวขึ้นมาแล้ววนหาร้านข้าวก็เหมือนจะมีแต่ร้านกาแฟ แต่ตอนลงรถบัสเห็นแว็บๆ ว่ามีร้านข้าวอยู่เลยพากันเดินกลับมา เป็นร้านของคุณตา คุณยายที่ดูแลร้านกันอยู่ 2 คน คุณยายทำอาหารคุณตาก็คอยบริการน้ำ จัดเตรียมของต่างๆ

japan2015_148

ตกแต่งร้านน่ารักมากของเด่นจะเป็นพวกเบสบอลซะส่วนมาก มีรูปการ์ตูนของคุณตาคุณยายนี้ด้วย

kyoto001 kyoto002 kyoto003 kyoto004 kyoto005 kyoto006 kyoto007

japan2015_149

ระหว่างรออาหารคุณตาเอาส้มมาแจกคนละลูกหวานได้ใจ

japan2015_151

มาแล้วอาหารง่ายๆ ของเรา ข้าวผัดสุดเบสิค พร้อมกับน้ำซุปร้อน 1 ถ้วย เมนูมีไม่มากจะได้ไม่เสียเวลาเลือกเยอะ

japan2015_150

ข้าวแกงกระหรี่

kyoto008

เมื่ออิ่มแล้วก็เดินไปวัดกันเลย จากป้ายรถบัสเดินตรงมานิดหน่อยเลี้ยวขวาแล้วเดินเข้าไปประมาณ 400-500 เมตร ก็ถึงหน้าวัดละ ทางเข้าวัดก็เจอต้นใหญ่ๆ เขียวๆ ตลอดทาง

japan2015_152

ประตูทางเข้าภายในวัดเราต้องไปซื้อบัตรผ่านประตูซะก่อนอยู่ด้านซ้ายมือค่าเข้าชมคนละ 400 เยน

japan2015_153 japan2015_154 japan2015_155 japan2015_156 japan2015_157

แต่เดิมแล้ววัดคินคะคุจิไม่ได้เป็นวัดอย่างที่เข้าใจ ที่นี่เคยเป็นบ้านพักตากอากาศแล้วต่อมาก็มีที่พำนักของโชกุน  หลังจากโชกุนเสียชีวิตลงจึงกลายเป็นวัดจนถึงปัจจุบัน ในปี 1950 ระหว่างสงครามโอนิน ได้ถูกเผาโดยพระฝึกหัดและได้ถูกบูรณะขึ้นเรื่อยมาจนแล้วเสร็จในปี 2003

จ่ายตังค์เรียบร้อยก็จะได้สองสิ่งนี้มา

japan2015_158

เดินเข้ามานิดเดียวก็เจอพระเอกของที่นี่แล้ว ระหว่างทางเข้ามาเจ้าหน้าดูเยอะไปหน่อย ต้องคอยบอกให้เราเดินไปทางไหนแบบต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย

japan2015_159

ที่พำนักของโชกุนโยชิมิซึ หลายคนคงคุ้นชื่อวัดคินคะคุจิจากการ์ตูนอิกคิวซัง ตัวการ์ตูนในอิคิวซังล้วนเป็นตัวละครที่แต่งขึ้น แต่ท่านโชกุนมีตัวตนจริงๆ

japan2015_160 japan2015_161

ที่คนไทยเรียกกันว่าวัดทองก็เพราะตัวอาคารที่เป็นสีทองเกือบทั้งหลังตั้งอยู่กลางสระน้ำหลังนี้นี่เอง ทำให้เรียกติดปากกันมาว่าวัดทอง

japan2015_162 japan2015_163 japan2015_165

เดินไปรอบๆ วัดเป็นวงกลมก็จะเห็นอาคารและการจัดสวนแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ตรงนี้เป็นเรือนชงน้ำชารึเปล่าไม่แน่ใจ

japan2015_167 japan2015_170 japan2015_171

บริเวณศาลเจ้าที่ให้คนมาจุดธูปขอพร จะมีป้ายขอพรอิกคิวซังขายให้เราเขียนพรที่อยากได้ลงในแผ่นป้ายแล้วก็ไปแขวนไว้ แล้วก็ไปสั่นกระดิงหน้าศาลเจ้าเพื่อความเป็นศิริมงคล

japan2015_172 japan2015_173

มาถึงทางออกแล้ว ได้ข้อมูลมาว่าต้องลองไอศกรีมที่นี่พลาดไม่ได้ ก็เลยจัดซะหน่อยราคาค่อนข้างแรงได้ขนมมาไม้นึง เย็นชื่นใจโต้ลมหนาวไปเลย

japan2015_175

ออกจากวัดทองแล้ว สถานีต่อไปก็ไปต่อที่วัดน้ำใสหรือวัดคิโยมิซึ ( Kiyomizu Temple ) น่าจะเป็นวัดสุดท้ายแล้วล่ะเพราะตอนนี้ก็บ่ายแก่แล้ว เดินออกมาจากวัดแล้วมารอรถบัสที่ป้ายเดิมที่เราลงรถมา ขึ้นรถไปประมาณ 15 นาทีก็ถึงแล้ว แต่มีช่วงนึงที่เราต้องเปลี่ยนสายรถบัสกันด้วย ขึ้นสาย 204 แล้วไปเปลี่ยนขึ้น 206 ที่ Kitoaji Bus Terminal ลงรถแล้วมุดลงใต้ดินไปขึ้นรถอีกฝั่ง

kyoto-03

ดูจากแผ่นพับที่ให้มาว่าเราต้องลงที่ป้ายไหนก็ลองอ่านที่ตัวอักษรวิ่งเอาว่าถึงสถานีรึยัง แต่ถ้าถึงแล้วก็จะมีคนลงพร้อมกันเรามากหน่อย เพราะรถบัสที่ขึ้นส่วนมากจะมีแต่นักท่องเที่ยวซึ่งรถก็แน่นทุกคัน

ทางขึ้นไปวัดน้ำใสไกลมาก แถมเดินขึ้นเขาด้วยต้องใช้เวลาพอสมควร  ถ้ามาช้าอาจจะขึ้นไม่ทันเวลาที่วัดปิด แต่ก็ดีหน่อยที่ระหว่างทางมีอะไรให้ดูตลอดทางทั้งร้านขายของที่ระลึก ของฝาก อาหาร

japan2015_176 japan2015_177

เฮ้อขึ้นมาถึงซะทีเมื่อยมาก

japan2015_178

หันกลับดูด้านหลังนี่คือความไกลและความสูงที่เดินขึ้นมา คนเป็นแสน

japan2015_180

เกียวโตทาวเวอร์อยู่ปู้นนน ตรงที่เราขึ้นรถบัสที่แรก

japan2015_181

ข้างบนนี้วิวดีและอากาศดีมากๆ ที่เมื่อยๆ เมื่อกี้โอเคหายละยอม

japan2015_182 japan2015_184 japan2015_185 japan2015_188

เดินขึ้นบันไดมาแล้วก็ไปซื้อบัตรเข้าวไปด้านในคนละ 300 เยน

japan2015_189

ภายในวัดค่อนข้างกว้างขวางเราคงเดินกันไม่ทั้งหมดเก็บเอาแค่ไฮไลท์แล้วกัน

japan2015_190

ด้านล่างก็คือตรงน้ำพุเป็นที่มาของวัดน้ำใส จะเห็นคนมาต่อคิวดื่มน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล ในระดับสายตาที่เห็นคนยืนตรงนู้น จะเป็นที่ที่เค้าถ่ายรูปย้อนกลับมา

japan2015_191

ออกจากอาคารไม้มาเลี้ยวซ้ายจะมีทางขึ้นไปศาลเจ้าเพื่อขอพร

japan2015_192 japan2015_193

ที่เขียนขอพรมีภาษาอังกฤษแนะนำอยู่ด้วย เสร็จแล้วก็เอาไปผูกไว้กับเชือกที่อยู่ใกล้ๆ กัน

japan2015_195 japan2015_194

เสร็จแล้วก็เดินลงมา เดินไปตามทางที่คนเค้าเดินไป

japan2015_196

นี่ไงมุมมหาชน ตามที่เค้าโปรโมทหรือตามรีวิวต่างๆ ก็เป็นที่ตรงนี้แหละ

japan2015_197

เสียดายที่เป็นช่วงฤดูหนาวอยู่ใบไม้ยังไม่ผลิเลย ดูแห้งแล้งไปหน่อย ถ้ามาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยมาก

japan2015_198 japan2015_199

มองจากตรงนี้สวยมาก เห็นเมืองเกียวโตทั้งเมืองเลย เกียวโตทาวเวอร์อยู่ตรงนู้นนนน

japan2015_200

เรายืนอยู่ตรงมุมที่จัดไว้ให้ถ่ายรูป ตรงด้านขวาของอาคารคือตรงทางขึ้นศาลเจ้าที่เราขึ้นไปตะกี้

japan2015_201 japan2015_202

ถ่ายรูปกันจนพอใจแล้วเราก็เดินตามทางเพื่อลงมาด้านล่าง ต่อคิวเพื่อดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์แถวยาวเชียวแหละ คนไทยซะครึ่งนึง ฮ่าๆ ข้างหน้าเราน่าจะเป็นคณะของข้าราชการที่ได้มาดูงานที่นี่

japan2015_203

เดินจนรอบแล้วพระอาทิตย์จะตกดินแล้ว คนก็ยังไม่น้อยลงเลย เราต้องการมื้อเย็นแล้วล่ะ

japan2015_204

ขากลับของเรา ดูสิว่าเราเดินขึ้นมาสูงและไกลแค่ไหน

japan2015_205

ลงมาถึงถนนใหญ่ ข้ามถนนขึ้นรถบัสไปไม่กี่ป้ายเราก็ลงเดินไปถนนสายหลักหามื้อเย็นทานกัน

แล้วก็มาถึงถนนที่มีคนแต่งชุดยูกาตะเดินไปมาและหิวมากแล้ว ร้านแรกเลยแล้วกัน เป็นร้านสุกี้ชาบู ตอนเข้าไปยังมีกันอยู่ไม่กี่โต๊ะ

japan2015_206

เช็ตชาบู

japan2015_207

และเซ็ตสุกี้ยากี้ ทั้งสองเซ็ตนี้มาแต่เนื้อไม่มีหมู แล้วก็มีเมนูอื่น เช่นข้าวหน้าต่างๆ
japan2015_208

พอออกจากร้านมาคนต่อคิวเต็มเลย แสดงว่าเด็ดจริง

japan2015_209

เดินกลับไปขึ้นรถไฟเพื่อกลับโอซาก้า ยิ่งมืดค่ำอากาศยิ่งเย็นลง ณ ตอนนี้ 2 องศา บรึ๋ยยยย

japan2015_210

ถึงโอซาก้าแล้วเดินกลับโรงแรม ประมาณ 3 -4 ทุ่ม เงียบมากเลย

japan2015_211

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.