ใบไม้เปลี่ยนสีที่คามิโคจิ [ Kamikochi ] ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปให้ถึง

145
views
kamikochi

#AutumnInJapan2018 #kamikochi 22 ตุลาคม 2561
🍂🍁🌳
เป็นอีกที่ที่เราต้องตราตรึงใจกับทิวทัศน์ของ Japan Alps ที่งดงาม อลังการเวอร์วัง

kamickochi

🍁
หลายคนอาจจะมาเที่ยวญี่ปุ่นในมุมของการมาชอปปิ้ง หรือเที่ยวแบบหนาวๆ หิมะเยอะๆ หรือ ที่เที่ยวยอดฮิตอย่าง Snow wall ที่ Tateyama Kurobe Alpine route / โอซาก้า หรือแม้แต่ไปเที่ยวชมภูเขาไฟฟูจิ

วันนี้เราจะพอไปญี่ปุ่นในอีกมุมหนึ่งที่น่าประทับใจมากและสวยงาม เวอร์วังมากๆ ในแบบการเดินป่าเบาๆ ชมธรรมชาติที่สวยมากๆ ของฤดูการใบไม้เปลี่ยนสีแบบนี้ค่ะ Kamikochi ที่เราจะพาไปชมกันนี้ ถือเป็นอีกสถานที่พักตากอากาศยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นและเป็นอีกจุดที่สามารถชมวิว Japan Alps ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น Switzerland แห่งดินแดนญี่ปุ่น

🍁
เรียกได้ว่าถ้าใครหลายๆ คน ที่ได้เห็นภาพของคามิโคจิ ตามที่ต่างๆ แล้วน่าจะเป็นที่ไหนฝันของใครหลายๆ คน รวมทั้งของพวกเราด้วยเช่น กัน ฉะนั้นก็…ออกไปตามหาฝันกันค่ะ

🍂
Kamikochi จะเปิดช่วงฤดูใบไม้ผลิ – ฤดูใบไม้ร่วง และปิดในช่วงหน้าหนาวโดยจะเปิดตั้งแต่กลางเดือนเมษายน – กลางเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี ช่วงประมาณปลายพฤศจิกายน – กลางเมษายนม ทางอุทยานจะไม่เปิดให้เข้านะคะ เข้าใจว่าเป็นช่วงที่มีหิมะตกหนัก อาจจะไม่ปลอดภัยได้ค่ะ(อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัว แฮ่ๆ )
🌳
แต่ถ้าไม่ใช่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ก็สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งช่วงกลางเดือนเมษายน – กลางเดือนพฤศจิกายน เลยนะคะเพราะก็จะมีความสวยแต่ละช่วงนั้นแตกต่างกันออกไป

🌳
Kamikochi อยู่ในจังหวัด Nagano เป็นที่ที่ไม่ว่าจะใช้กล้องอะไรถ่ายรูป ถ่ายรูปมุมไหน ถ่ายเก่งไม่เก่ง รูปที่ออกมาก็จะสวยสมใจแต่ก็อย่างที่เคยบอกค่ะว่า ภาพที่ถ่ายออกมามากมายเท่าไหร่ไม่สวยเท่าที่ตาเห็นจริงๆ ค่ะ ฉะนั้นต้องลองไปยลโฉมกันสักครั้งน๊า
🍁
สามารถไปเที่ยว Kamikochi ได้แบบ One Day Trip ได้เลยนะคะ เพราะว่าเค้าก็จะมีรถขาไปและกลับอยู่แล้ว

แต่ว่ารอบนี้พวกเรา (4 ป้า) เลือกที่จะไปพักที่ Matsumoto เพื่อที่จะไปแวะหา Fuji ในวันถัดไปค่ะ (Matsumoto ก็เป็นอีกเมืองที่น่ารัก ไว้จะมาเล่าให้ฟังนะคะ)


🚆🚙
= การเดินทางไป Kamikochi =
[เดินทางด้วยรถไฟ]
> จากสถานี Tokyo ขึ้น Nagano Shinkansen ลงที่สถานี Nagano ใช้เวลาประมาณ 90 นาทีค่ะ
> จากสถานี Nagano ขึ้นรถไฟ Wide View Shimano Limited Express (มุ่งหน้าไปยัง Nagoya)
มาลงที่สถานี Matsumoto ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ค่ะ
> จากสถานี Matsumoto ขึ้นรถบัส ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาทีค่ะ

**ในกรณีขึ้นรถบัสมาจากสถานี Nagano
จากสถานี Nagano ขึ้นรถบัส Seseragi วิ่งตรง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาทีค่ะ
——————-
[เดินทางด้วยรถบัสวิ่งตรง]
>จากสถานี Tokyo ขึ้นรถไฟ JR สาย Chuo ขบวน rapid มาลงที่สถานี Shinjuku ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
ออกทางออก ฝั่งใต้ และเดินต่อ 1 นาที
> จาก บัสเทอมินัลชินจูกุ ขึ้นรถบัส Sawayaka Shinshu มาใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 45 นาที

🚐

<> ส่วนของพวกเรานั้น<> เราเดินทางด้วยบัสวิ่งตรง เป็น Night bus ขึ้นรถที่บัสเทอมินอลชินจูกุ
รถออกเวลาประมาณ 22.25 น. ถึงคามิโคจิ ประมาณ 5.45 น. ขึ้นรถมาก็มองไม่เห็นภายนอกแล้ว ปิดม่านแน่นหนามาก ตั้งแต่หน้ากระจกรวมถึงหน้าต่างด้วย มืดตึ๊ดตื๋อ เล่นมือถือก็เกรงใจ ปลายทางของพวกเราไปลงที่ Taisho Ike(arr.) เป็นจุดเริ่มต้นการเดินขึ้นด้านบน
=ราคาตั๋วแบบนี้อยู่ที่ประมาณ 7,641 Yen/คน ก็ประมาณ 2 พันกว่าบาทไทย ค่ะ
🚐
** จริงๆ ใช้เวลาเดินทางโดยรถบัสประมาณ 5 ชั่วโมงกว่าๆ แต่เนื่องจากเป็น Night bus เหมือนรถจะจอดสักพัก ไม่แน่ใจว่าเค้าจอดพักเป็นปกติหรือเปล่า พอตื่นมากลางดึกก็อยากจะเปิดม่านออกไปดูดาวข้างนอกจังเลย ดาวชัดมาก แต่ก็เกรงใจแสงไฟจากรถคันอื่นสาดเข้ามา  เวลาเดินทางเลยใช้นานกว่าปกติหน่อย อิอิ ห้องน้ำระหว่างทางสะอาดและดูหรูหรามากกว่าที่คาดไว้ คือจริงๆ ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรแต่พอไปเข้าแล้วรู้สึกว่าโอ้โหนี่ห้องน้ำโรงแรมรึเปล่า

ถึงที่หมายฟ้ายังไม่สว่างเลยและมืดมากหน้าร้านไม่เปิดไฟใดๆ เราลงที่หน้าร้านไรซักอย่างที่ป้าย Taisho Ike(arr.) และอากาศหนาวสุด ๆ 0 องศา พวกเราก็เปลี่ยนเครื่องแต่งกายกันที่ป้ายนั่นแหละ ใช้ไฟจาก power bank เอา แต่พอเริ่มจะสว่างนิดหน่อยก็มองเห็นว่ามีห้องน้ำและลานจอดรถอยู่ใกล้ๆ ก็เลยย้ายกันมาเปลี่ยนเสื้อผ้าจริงจัง และทำธุระส่วนตัวกันให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง

ถ้ามาลงป้ายนี้ก่อนสว่างให้เดินย้อนกลับไปนิดหน่อยจะมีห้องน้ำให้เราหลบหนาวแล้วก็ทำธุระส่วนตัวได้นะ เพราะมันมืดจริงๆ เราอาจจะไม่รู้ว่ามันมีตรงนี้อยู่
——————

เราไปถึงวันที่ 22 ตุลาคม 2561
🏵
ว่าแล้วก็ไปตะลุยความงามกันเลยค่ะ


🏵
คามิโคจิ เป็นหุบเขาที่อยู่ในฝันของใครหลายๆ คน อยู่สูงขึ้นไปทางเหนือของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น เราจะได้เจอกับสายน้ำของแม่น้ำอะซูสะ(Azusa) ที่ใสสะอาดมองออกไปเป็นเกล็ดระยิบระยับ เป็นสีฟ้า สวยงามเวอร์วังจริงๆ แม่น้ำนี้จะไหลรอดสะพานคัปปะ (จุดไฮไลน์ของช่างภาพที่ต้องยกกล้องขึ้นมาเก็บภาพรัวๆ) ที่คามิโคจิไม่ได้รับอนุญาติให้นำรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาในคามิโคจิ เพื่อรักษาความสวยงามของธรรมชาติเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

การเดินของเรา เนื่องจากเราเลือกที่จะลงตรง Taisho Ike ฉะนั้น Route ในการเดินของเราในวันนี้ก็ต้องเป็นเริ่มจาก Taisho Pond (บึงไทโช) ไปที่สะพานคัปปะ Kappa Bright ซึ่งระยะทางการเดินประมาณ 3.5 km. ค่ะ

บึงไทโช เป็นบึงที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ Mt.Yake-dake เมื่อนานมาแล้ว ทำให้แม่น้ำอาซุสะ (Azusa River) ถูกปิดกั้นและทำให้เกิดบึงนี้ขึ้นมาค่ะ บึงไทโชนี้โดดเด่นมากคือ ตอนเช้าน้ำจะนิ่งมากและใสมาก ใสจนสะท้อนทุกอย่าง ราวกับกระจกเลยทีเดียว สวยงามอย่างไรเชิญชมในภาพถัดๆ ไปค่ะ

เช้าๆ แบบนี้ยังมีน้ำค้างแข็งเกาะตามใบไม้ ยอดไม้ หรือตามที่ต่าง ๆ อยู่เลย แต่พอแดดเริ่มออกก็จะละลายร่วงลงมาเหมือนฝนเลย

ลิงที่นี่เยอะมาก ตัวใหญ่ แต่ก็ไม่กลัวคนเลย ไม่วุ่นวายไม่สนใจใดๆ เข้าไปถ่ายรูปใกล้ๆ ก็ไม่ตื่นกลัววิ่งหนี เค้าก็ไม่ได้เข้ามาหาเราเพื่อขออาหารอะไร ต่างคนต่างอยู่ สุภาพดี 555

ป้ายบอกทางมีเป็นระยะ

มาถึงสะพาน Tashiro-bashi  ตรงนี้มีจุดนั่งพักและห้องน้ำ  และมีเส้นทางให้เลือกเดินสองฝั่งแม่น้ำได้

เราเลือกเดินมาทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำ เพราะแอบมองเห็นโรงแรมตั้งอยู่ ประเด็นคือหิวแล้ว ขอหาอาหารเช้ากินกันซะหน่อย

พอถึงโรงแรมก็แว็บเข้าไปหาอะไรทานซักหน่อย ในโรงแรมมีเบนโตะขายส่วนห้องอาหารเช้านี้ยังสงวนไว้ให้แขกในโรงแรมทานอาหารเช้าก่อน ซึ่งเบนโตะเราต้องซื้อมาทานข้างนอกนั่งตรงล็อบนี้ไม่ได้ เราเลยสั่งชากาแฟร้อนนั่งจิบชิลๆ หลบหนาวและพักเหนื่อยกันก่อน เพราะเดินมาตั้งแต่หกโมงเช้าตอนนี้ก็จะเก้าโมงแล้ว ที่เดินนานก็มีใช่อะไร เพลินกับการแวะถ่ายรูปมากมาย

หลังจากซื้อน้ำซื้อขนมติดไม้ติดมือมาด้วย พอกินเสร็จก็ต้องห้อยพี่เค้าไปด้วยแบบนี้แหละ เพราะเราหาถังขยะไม่เจอเลย แม้แต่ในห้องน้ำตรงจุดพัก ส่วนโรงแรมเราก็เดินผ่านมาแล้ว

มุมถ่ายรูปสวยๆ ระหว่างทางเยอะเลยเราก็ต้องแวะๆ เหมือนเคย

ถึงแล้วปลายทางสะพานกัปปะ

ข้ามสะพานมาฝั่งนี้จะมีร้านค้า ขายอาหาร ของฝาก ห้องน้ำ  ที่นั่งพักชมวิว หรือใครจะเดินไปต่อก็ได้นะ มีเส้นทางเดินไปจนถึงด้านบนเลย แต่พวกเราคงจะพอแค่นี้ เพราะเราต้องไปต่อที่อื่นอีก

ชื่นชมความสวยงามให้เต็มอิ่ม อากาศดี แบบหายเหนื่อยไปเลย

ต้องกลับละ เราก็เดินกลับอีกฝั่งของแม่น้ำ เพื่อไปขึ้นรถบัส สถานีอยู่ไม่ไกล

เราไปต่อที่ matsumoto ซื้อตั๋วรถบัสพร้อมรถไฟที่นี่ได้เลย พอซื้อตั๋วรถรอเรียกคิวขึ้นรถ เรานั่งรถบัสมาถึงแต่ตีนเขาแล้วต้องต่อรถไฟไปอีกที เพราะรถบัสเค้าสิ้นสุดที่ตรงสถานีรถไฟ ระหว่างทางที่ลงมาก็อย่าลืมที่นั่งริมหน้าต่างนะ ฟินสุดๆ วิวดีมากตลอดทางจะง่วงแค่ไหนก็ขอดูก่อน ใบไม้เปลี่ยนสีชวนให้หลับไม่ลงจริงๆ