ทริปไหว้พระ พม่า หงสาวดี

328
views
bago
          ต้องบอกว่าทริปนี้พวกเราไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากเลย ด้วยความชะล่าใจว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้าน (อิอิ) แล้วอีกอย่างทริปนี้เราใช้บริการไกด์ท้องถิ่น ที่มาในนามของคนขบรถ มีนามว่า อังโกะ (เราเช่ารถพร้อมคนขับนะคะ สำหรับทริปนี้ สบายยยยยย) เลยเป็นสาเหตุให้เราไม่ได้เตรียมตัวอะไรกันมากเกี่ยวกับการที่จะต้องเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ เพราะว่าคนขับรถพาไป(ฝากชีวิต)
         เนื่องจากความไม่ได้เตรียมข้อมูลอะไรมากทำให้เราแลกเงินจ๊าด ไว้ไม่มากนักเพราะคิดว่าคงไม่ได้ใช้อะไรมาก แต่……ปรากฏว่าเราต้องใช้เงินจ๊าดเยอะมากเนื่องจากค่าเข้าสถานที่ต่างๆ ที่เราไปนั้นเสียเงินหลายจ๊าดอยู่จ้า 5555 ทำให้เราต้องคอยวิ่งแลกเงินเป็นระยะ
(ค่าเข้าแต่ละที่หลักๆ ประมาณ 10,000 จ๊าด ก็ 200 กว่าบาทโดยประมาณ)
Remark : การไปไหวพระหรือเข้าศาสนสถานของประเทศพม่านั้น ทุกคนต้องเดินเท้าเปล่า ต้องถอดรองเท้าและถุงเท้า ทุกที่ค่ะ ถ้าไปตอนแดดร้อนๆ ก็ต้องทนกันหน่อยนะคะ
วันแรก
          มีหลายที่เหมือนกันที่เราต้องไปกัน แต่เนื่องจากเราไปถึงตอนเช้าประมาณ 8 โมงเช้า
ที่ ตม.เลยมีเจ้าหน้าที่น้อย เลยทำให้เราเสียเวลาตรงนั้นนานมากกกกกกก จนคนขับรถคิดว่าเราเท ฮ่าๆๆๆๆ
มาดูกันค่ะว่าเราไปไหนกันบ้างในวันแรก
  1. พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น(Kyaikpun Pagoda) 
  2. วัดพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (Kyauk Htat Gyi Reclining Buddha)
  3. พระราชวังบุเรงนอง (Kanbawza Thardi Palace)
  4. เจดีย์ชเวมอดอ (Shewemawdaw Pagoda) หรือ  พระธาตุมุเตา
  5. พระธาตุไจทีโย (Kyaikhtiyo) หรือ พระธาตุอินทร์แขวน
ไปดูที่แรกกันเลยค่ะ 
          มาถึงที่แรกเราก็ต้องประเดิมค่าเข้าชมกันก่อนเลยค่ะ เราจะเสียค่าบัตร 10,000 จ๊าด (ซึ่งเข้าได้ 4 ที่คือ พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น, วัดพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี, พระราชวังบุเรงนอง, พระธาตุมุเตา) และที่นี่ต้องเสียค่ากล้องถ่ายรูปด้วย กล้องละ 300 จ๊าด นะจ๊ะ
 
          1. พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น(Kyaikpun Pagoda) หรือ เจดีย์สี่ทิศ ตั้งอยู่ในเมืองพะโค หรือ เมืองหงสาวดี
          เป็นพระเจดีย์สี่ทิศ ที่มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ องค์ อายุกว่า 500 ปี หันพระพักตร์ไปยัง ทิศ สร้างขึ้นโดย สาวพี่น้อง ที่อุทิศตนแด่พุทธศาสนา จึงสร้างพระพุทธรูปเพื่อแทนตนเอง  เหตุผลที่ต้องสร้างหันไปทุกทิศนั้นก็  เพราะแทนความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ในภัทรกัป นั่นเองค่ะ แต่ก็มีตำนานที่เล่ากันมานะค่ะว่า
          “พระราชธิดาทั้งสี่องค์ของกษัตริย์มอญสร้างไว้และได้อุทิศตนแด่พุทธศาสนา จึงสร้างพระพุทธรูปแทนตนเองขึ้นมาและได้สาบานว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับบุรุษเพศใดๆ ในตำนานนั้นได้กล่าวไว้ว่า น้องสาวคนเล็กนั้นกลับพบรักกับชายหนุ่มและได้แต่งงานกันจึงได้เกิดเหตุอาเพศขึ้นฟ้าผ่าพระพุทธรูปที่เป็นตัวแทนของน้องสาวคนนั้นพังลง จนต้องสร้างขึ้นมาใหม่ตามที่เห็นในปัจจุบัน แต่ว่าจะมีจุดสังเกตุ คือพระพุทธรูปองค์นี้จะมีลักษณะที่แตกต่างออกไปคือ จะเป็นศิลปะแบบพม่าถ้าลองสังเกตุดูดีๆ จะเห็นว่าพระพักตร์ขององคืนี้จะเศร้ากว่าองค์อื่นๆ นั่นเองค่ะ” การบูรณะวัดนี้ เมื่อ พ.ศ.2019
พระเจดีย์แห่งนี้ มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง ทิศ อันได้แก่
     > สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ
     > พระ พุทธเจ้าโกนาคมโน หันพระพักตร์ไปทางทิศใต้
     > พระพุทธเจ้ากกุสันโธ หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก
     > พระ พุทธเจ้ามหากัสสปะ หันพระพักตร์ไป ในทิศตะวันตก
เนื่องจากพุทธสถานแห่งนี้ถูกสร้างโดยผู้หญิงเลยทำให้เห็นว่ารายละเอียดต่างๆนั้น อ่อนช้อย งดงามและยิ่งใหญ่มากจริงๆ ค่ะ ประตูทางเข้าก็ยังเป็นสีชมพูเลยนะจ๊ะ
เราก็แวะถ่ายรูปกับไม่นานมากร้อนมากอ่ะ 55555 เท้าพอง – -‘
สถานที่ที่สอง
          2. พระนอนตาหวาน วัดพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (Kyauk Htat Gyi Reclining Buddha)
          ที่นี่ไม่ต้องเสียค่าเข้าแล้วนะคะ เพราะว่าเราจ่ายแบบเหมาไปแล้วตั้งแต่ที่แรก ส่วนการเดินทางนั้น คิดว่า ไม่ไกลจากดาวน์ทาวน์ย่างกุ้งเท่าไหร่ ฮ่าๆๆ
          ไกด์พาเราไปจอดรถด้านข้าง เข้าประดูข้าง ก็ต้องถอดรองเท้าตั้งแต่ หน้าประตูเลย แล้วก็จะมีเด็กขายภาพถ่ายของที่ระลึกมารุมๆๆ ก็ต้องใช้ทักษะการเอาตัวรอดนิดหนึ่งเพราะว่าน้องๆ จะตื้อขั้นสุด และพูดไทยได้ เราก็ต้องทำตัวเป็นคุณป้าทัวร์ไทย ที่ทำหน้าตึงๆ แต่ก็ยิ้มบางเพราะเราคนไทย ฮ่าๆๆๆๆ พยายามเบียดตัวเข้าข้างในค่ะ
          พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (Kyauk Htat Gyi Reclining Buddha) หรือพระนอนตาหวาน
          ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในพม่า ซึ่งใหญ่มากจริงๆ แล้วองค์พระก็มีความงามด้วยศิลปแบบพม่า มีความอ่อนช้อย และตาหวานจริงๆ
          ตั้งอยู่ที่ถนนชเวกองเต็ง มือตำเว กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี ซึ่งเป็นพระพุทธไสยาสน์องค์ขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึง 6 ชั้น ยาวกว่า 70 เมตร ใช้โครงเหล็กกั้นถึง 65 เมตร มีหลังคาคลุม 6 ชั้น สร้างขึ้นเมื่อปี 1907 ถูกยกย่องให้เป็นพระนอนที่มีขนาดใหญ่และงดงามที่สุดในพม่า ด้วยพระพักตร์ที่งดงามเปื้อนยิ้ม ดวงตาทำจากลูกแก้วที่สั่งผลิตจากต่างประเทศ ทาขอบตาด้วยสีฟ้าและมีขนตาหนายาวทำให้ดวงตาดูหวาน จนถูกเรียกพระนามอีกชื่อคือ “ พระตาหวาน ” แต้มสีแดงบนพระโอษฐ์ บริเวณพระบาทมีภาพวาดลายธรรมจักร ตรงกลางฝ่าพระบาทล้อมรอบด้วยรูปมงคล 108 ประการ ที่แสดงถึงอากาศโลก สัตว์โลก และสังขารโลก อีกทั้งจีวรยังมีลักษณะพริ้วไหวสมจริงและตรงชายประดับด้วยอัญมณีแวววาว ถือเป็นพุทธศิลป์ที่มีความงดงามทรงคุณค่า
          ด้านในที่นี่จะมีของที่ระลึกขายเยอะมาก พวกสร้อยหยกต่างๆ ไม้แกะสลัก ผ้าถุงพม่า สินค้าพื้นเมืองที่นี่เยอะมากหาซื้อได้เลย ส่วนราคาเราว่ามันโอเคนะ ไม่ได้แพงมาก
สถานที่ที่สาม
    พระราชวังกัมโพชธานี  (Kamboza Thadi Palace, Kanbawzathadi Palace) หรือ พระราชวังบุเรงนอง พระราชวังแห่งเมืองหงสาวดี (พะโค) ของพระเจ้าบุเรงนอง
เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของพระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ (พระธาตุมุเตา) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 ซึ่งเป็นปีที่ 15 ของการครองราชย์ของพระองค์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระองค์เรืองอำนาจสูงสุด พระองค์ตัดสินพระทัยเผาพระราชวังเก่าไปเนื่องจากมีการกบฏ พระราชวังกัมโพชธานีสร้างขึ้นโดยใช้แรงงานจากประเทศราชต่าง ๆ และพระองค์โปรดให้ใช้ชื่อประตูต่าง ๆ ทั้งหมด 20 ประตู ตามชื่อของแรงงานประเทศราชที่สร้าง เช่น ประตูทางตอนเหนือปรากฏชื่อ ประตูโยเดีย (อยุธยา) ประตูตอนใต้ชื่อ ประตูเชียงใหม่  แม้แต่พระธาตุมุเตายังจัดเป็นส่วนหนึ่งในกำแพงเมืองพระราชวังบุเรงนองแห่งนี้
          พระราชวังกัมโพชธานีถูกเผาจนเหลือแต่เพียงซาก หลังจากการสวรรคตของพระเจ้าบุเรงนอง ด้วยกบฏยะไข่ พร้อม ๆ กับอาณาจักรตองอูที่เคยเรืองอำนาจเสื่อมลง
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2533 รัฐบาลพม่าได้ขุดค้นพบซากของพระราชวังที่เหลือเพียงแค่ตอไม้ที่โผล่พ้นดินออกมาเท่านั้น และได้มีการเร่งสร้างพระราชวังจำลององค์ใหม่ขึ้นมา ฉาบด้วยสีทองทั้งหลัง ทั้งที่พื้นดินบริเวณโดยรอบได้ขุดพบโบราณวัตถุต่าง ๆ มากมาย ซึ่งเชื่อว่ายังมีอยู่อีกจำนวนมากที่ยังไม่ถูกขุดขึ้นมา แต่ได้ถูกทางการสร้างพระราชวังทับลงไปแล้ว แต่ซากไม้ที่ใช้สร้างพระราชวังแต่ครั้งอดีตที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ถูกจัดแสดง ซึ่งไม้แต่ละท่อนมีตัวอักษรจารึกอยู่ว่าเป็นผลงานของเมืองใด ภายในพระราชวัง มีพระราชบัลลังก์ที่มีชื่อว่า “บัลลังก์ภุมรินทร์” หรือ “บัลลังก์ผึ้ง” ซึ่งสร้างขึ้นมาจากคติเรื่องจักรวาลตามความเชื่อของศาสนาฮินดู
ภายหลังพระเจ้าบุเรงนองสิ้นพระชนม์ พระเจ้านันทบุเรงจึ่งขึ้นครองราชย์ ก็ได้ถูกศัตรูยกกองทัพมาตีหงสาวดีจนย่อยยับ เมืองถูกทำลายโดยพวกยะไข่และตองอู จนถึงเวลานี้วันเวลาผ่านไปกว่า 400 ปี สิ่งที่รัฐบาลพม่าทำได้คือ ขุดเอาซากเสาขึ้นมาเก็บ และสร้างพระราชวังเลียนแบบของเดิมทับลงไป ตัวอาคารสร้างใหม่มี 2 ส่วน ส่วนแรกเรียกว่า “กามโบสะตาหริ” หรือ “กัมโพชธานี” เป็นส่วนที่เอาไว้ว่าราชการ และส่วนที่ 2 คือ “บัลลังก์ผึ้ง” เป็นส่วนที่บรรทม แต่ด้วยความที่รัฐบาลพม่าสร้างเลียนแบบจากของจริง ทำให้ พระราชวังบุเรงนอง ที่เป็นสีเหลืองทองนี่ เป็นของปลอมนั้นเอง แต่ถึงจะเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาใหม่แต่ความสวยงาม อลังการ สง่างามนั้น ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย สวยงามมากค่ะ
ปัจจุบัน พระราชวังกัมโพชธานีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของหงสาวดีและประเทศพม่า
อีกทั้งยังมีพระตำหนักของพระสุพรรณกัลยา องค์ประกันที่ตกเป็นเชลยและกลายเป็นมเหสีองค์หนึ่งของพระองค์ด้วย
(ขอบคุณข้อมูลจาก  travel.mthai / th.wikipedia ค่ะ)
.
.
เดี๋ยวมาต่อจ้า ยังไม่จบๆๆๆๆๆ ^ ^